บ้านร้อน อบอ้าว แก้ยังไงดี!! 20 วิธีแก้ปัญหา
บ้านร้อน เกิดจากหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยและสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมาก หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้บ้านร้อนก็คือการรับแสงแดดโดยตรง แสงแดดที่ส่องลงมาบนหลังคา ผนัง หรือหน้าต่างของบ้านจะทำให้วัสดุก่อสร้างดูดซับความร้อนและส่งผ่านความร้อนเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งการรับแสงแดดโดยตรงสามารถเพิ่มอุณหภูมิภายในบ้านได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่มีทิศทางที่เปิดรับแสงแดดตลอดทั้งวัน เช่น บ้านที่หันหน้าทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศทางที่แสงแดดส่องในช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดของวัน ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน ซึ่งอากาศร้อนอบอ้าวตลอดปี เป็นปัญหาที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องเผชิญ เมื่ออุณหภูมิสูงส่งผลให้บ้านกลายเป็นสถานที่ที่ไม่สะดวกสบาย การแก้ไขปัญหาบ้านร้อนในประเทศไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
การทำให้บ้านเย็นเป็นสิ่งที่สำคัญในการอยู่อาศัยในประเทศที่มีอากาศร้อน เพื่อให้บ้านเย็นสบายและลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ นี่คือแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ในการออกแบบและก่อสร้างบ้านเพื่อความเย็นสบาย
20 วิธีแก้ปัญหา บ้านร้อน ทำให้บ้านเย็น
1. การออกแบบทิศทางบ้าน
การวางตำแหน่งบ้านให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความร้อนจากแสงแดด โดยเฉพาะทิศทางของห้องต่างๆ เช่น ควรวางห้องนอนหรือห้องที่ใช้บ่อยในช่วงกลางวันให้อยู่ทางทิศเหนือหรือทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศทางที่รับแสงแดดน้อยที่สุดในช่วงบ่าย ทำให้ห้องไม่ร้อนเกินไป
2. การใช้หลังคาที่มีฉนวนกันความร้อน
หลังคาเป็นส่วนที่รับแสงแดดโดยตรงมากที่สุด ดังนั้นการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาจะช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่ภายในบ้านได้ดี การใช้หลังคาที่มีการระบายอากาศ หรือการใช้วัสดุที่สะท้อนแสงแดด เช่น กระเบื้องเซรามิก จะช่วยลด บ้านร้อน ได้อีกด้วย
3. การระบายอากาศภายในบ้าน
การระบายอากาศที่ดีจะช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ควรออกแบบให้มีช่องลมผ่านบ้านได้ดี เช่น มีหน้าต่างที่สามารถเปิดได้ทั้งสองด้านของบ้าน หรือการใช้ช่องลมบนหลังคาเพื่อให้ความร้อนสามารถออกจากบ้านได้
4. การปลูกต้นไม้รอบบ้าน
การปลูกต้นไม้ใหญ่หรือไม้พุ่มรอบบ้านจะช่วยสร้างร่มเงา และลดความร้อนที่จะเข้าสู่บ้านได้ นอกจากนี้ ต้นไม้ยังช่วยปรับอุณหภูมิรอบบ้านให้เย็นลงโดยการคายความชื้นจากการคายน้ำ
5. การใช้สีอ่อนในการตกแต่งบ้าน
สีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม หรือสีพาสเทล ช่วยสะท้อนแสงแดดได้ดีกว่าสีเข้ม ทำให้บ้านไม่ดูดซับความร้อนเกินไป การใช้สีอ่อนในการทาสีผนังหรือหลังคาจะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. การใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม
วัสดุก่อสร้างมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนหรือมีฉนวนกันความร้อน เช่น อิฐบล็อก อิฐมวลเบา หรือวัสดุที่ทำจากใยแก้ว จะช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน
7. การใช้บานประตูหน้าต่างที่มีคุณสมบัติกันความร้อน
การเลือกใช้ประตูหน้าต่างที่ทำจากวัสดุที่มีคุณสมบัติกันความร้อน เช่น อลูมิเนียมแบบมีฉนวนกันความร้อน หรือติดตั้งกระจกสองชั้น จะช่วยลดการส่งผ่านความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน
8. การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการระบายความร้อน
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในการระบายความร้อน เช่น ระบบระบายอากาศอัตโนมัติที่สามารถปรับการทำงานได้ตามอุณหภูมิ ระบบพัดลมที่ควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ หรือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ
9. การสร้างพื้นที่สีเขียวบนหลังคา
หลังคาสีเขียวหรือการปลูกพืชบนหลังคาเป็นแนวทางที่สามารถลดความร้อนที่เข้าสู่บ้านได้โดยตรง พืชบนหลังคาช่วยดูดซับความร้อนและคายความชื้น ทำให้พื้นที่หลังคาเย็นลง และยังช่วยปรับสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ดีขึ้นด้วย
10. การใช้ม่านหรือบานเกล็ดเพื่อกันความร้อน
การติดตั้งม่านหรือบานเกล็ดที่หน้าต่างจะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่เข้ามาภายในบ้าน การใช้ม่านทึบหรือม่านแบบรีเฟล็กทีฟที่สามารถสะท้อนแสงแดดกลับไป จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้น นอกจากนี้ บานเกล็ดยังช่วยให้ลมสามารถเข้ามาได้ แต่ป้องกันแสงแดดได้ดี
11. การใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม
การออกแบบให้มีช่องแสงธรรมชาติในบ้านจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับแสงสว่าง แต่อย่างไรก็ตาม ควรเลือกใช้กระจกที่สามารถกรองรังสียูวีได้เพื่อลดความร้อนที่เข้ามาพร้อมกับแสงแดด
12. การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความร้อน เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ หรือหลอดไฟ การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 จะช่วยลดการปล่อยความร้อนภายในบ้าน
13. การติดตั้งกันสาด
กันสาดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่เข้ามาทางหน้าต่างหรือประตู นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันฝนที่อาจจะกระทบผนังบ้านโดยตรง การเลือกใช้กันสาดที่มีความกว้างเพียงพอจะช่วยป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
14. การใช้พัดลมดูดอากาศ
พัดลมดูดอากาศเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยระบายความร้อนจากภายในบ้านออกไปสู่ภายนอก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศอับชื้น เช่น ห้องครัวหรือห้องน้ำ การติดตั้งพัดลมดูดอากาศจะช่วยให้บ้านเย็นลงและลดความชื้นภายในบ้าน
15. การออกแบบบ้านเพื่อให้มีพื้นที่เปิดโล่ง
การออกแบบบ้านให้มีพื้นที่เปิดโล่งหรือมีห้องที่เชื่อมต่อกับภายนอกโดยตรงจะช่วยให้ลมสามารถผ่านบ้านได้อย่างสะดวก ทำให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนดีขึ้น และช่วยลดความร้อนภายในบ้านได้
16. การใช้พื้นบ้านที่มีคุณสมบัติเย็น
พื้นบ้านเป็นส่วนที่สามารถช่วยลดความร้อนภายในบ้านได้ เช่น การใช้พื้นหินอ่อน พื้นกระเบื้อง หรือพื้นปูนขัดมัน ซึ่งมีคุณสมบัติเย็นและช่วยสะสมความเย็นจากอากาศที่เย็นลงในตอนกลางคืน ทำให้บ้านเย็นขึ้นในช่วงกลางวัน
17. การสร้างบ่อปลา หรือบ่อน้ำใกล้บ้าน
น้ำมีคุณสมบัติเก็บความเย็นได้ดี การมีบ่อปลาหรือบ่อน้ำใกล้บ้านจะช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านได้ อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นและสดชื่นให้กับบ้าน
18. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่กักเก็บความร้อน
เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หวาย หรือผ้าฝ้าย จะช่วยลดการสะสมความร้อนได้ดีกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เช่น พลาสติก หรือโลหะ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้น
19. การใช้แผงบังแดด
แผงบังแดดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่เข้าสู่บ้าน โดยการติดตั้งแผงบังแดดบริเวณหน้าต่างหรือพื้นที่ที่รับแสงแดดโดยตรง จะช่วยลด บ้านร้อน และยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านได้
20. การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์
การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านไม่เพียงช่วยลดค่าไฟฟ้า แต่ยังช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่บ้านได้ด้วย เพราะแผงพลังงานแสงอาทิตย์ทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่จะเข้ามาภายในบ้าน
การทำให้บ้านเย็นขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ การออกแบบบ้านที่เหมาะสม การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติในการลดความร้อน การปลูกต้นไม้และจัดสวนรอบบ้าน และการใช้พลังงานทดแทนเป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้บ้านของคุณเย็นขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนภายในบ้านและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากคุณสามารถรวมวิธีการเหล่านี้เข้าด้วยกัน คุณจะพบว่าบ้านของคุณจะเย็นสบายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเท่าเดิม และยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
อยากได้คำปรึกษาเพิ่มเติมทักหาแอดมินได้เลยครับ ปรึกษาฟรี!