24
ก.ย.

ตกแต่งบ้าน อย่างไร ให้รู้สึก ผ่อนคลายทันทีที่เข้ามา

ตกแต่งบ้าน ให้รู้สึกผ่อนคลายทันทีที่เข้ามาเป็นเป้าหมายที่หลายๆ คนต้องการ เพื่อให้บ้านเป็นที่หลบภัยที่เต็มไปด้วยความสงบและสบายหลังจากการทำงานหนักหรือการเผชิญความเครียดในชีวิตประจำวัน บทความนี้จะครอบคลุมรายละเอียดที่สำคัญเพื่อให้คุณเข้าใจและนำไปปรับใช้ในการตกแต่งบ้านให้มีบรรยากาศผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบในทันทีที่เข้ามาในบ้าน

การออกแบบและตกแต่งบ้านเพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสิ่งที่หลายคนในประเทศไทยให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านในเมืองหรือบ้านในพื้นที่ชนบท สภาพแวดล้อมและการตกแต่งบ้านที่ดีสามารถส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมาก การตกแต่งบ้านให้รู้สึกผ่อนคลายไม่เพียงแต่เน้นที่ความสวยงาม แต่ยังต้องคำนึงถึงความรู้สึกสงบ สบาย และบรรยากาศที่เป็นกันเอง

เทคนิคแต่งบ้าน ให้รู้สึกผ่อนคลาย

ตกแต่งบ้าน

1. การเลือกสีที่สอดคล้องกับความสงบ

การเลือกสีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานตกแต่งบ้าน เพราะสีมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเมื่ออยู่ในที่นั้นๆ สีที่สามารถสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีคือสีที่เป็นโทนเย็นและอ่อน เช่น

– สีฟ้า

เป็นสีที่เชื่อมโยงกับน้ำและท้องฟ้า มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบ

– สีเขียว

เป็นสีที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ การใช้สีเขียวจะช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

– สีเบจหรือสีครีม

โทนสีธรรมชาติจะทำให้บ้านดูอบอุ่นและเป็นกันเอง สร้างความรู้สึกที่เงียบสงบและมั่นคง

นอกจากนี้ การผสมสีที่มีโทนเย็นและโทนอบอุ่นในบางพื้นที่สามารถสร้างความสมดุลและบรรยากาศที่เหมาะกับการผ่อนคลายได้

2. การใช้แสงธรรมชาติและแสงไฟที่เหมาะสม

แสงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในการตกแต่งบ้าน การใช้แสงธรรมชาติจะทำให้บ้านดูสดชื่นและโปร่งสบาย การเลือกใช้ผ้าม่านที่บางเบาเช่นผ้าลินินหรือผ้าฝ้ายจะช่วยให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาในห้องได้มากขึ้น

ส่วนในช่วงเย็นหรือเวลากลางคืน การใช้แสงไฟสีเหลืองหรือไฟอ่อนจะทำให้ห้องดูอบอุ่นและสบายตา การเลือกใช้โคมไฟตั้งโต๊ะหรือไฟแขวนที่มีดีไซน์เรียบง่ายสามารถช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เงียบสงบได้อีกด้วย

– แสงธรรมชาติ

ช่วยลดความเครียด เพิ่มพลังงานบวกให้กับผู้อยู่อาศัย

– แสงไฟสีเหลืองอ่อน

ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเชิญชวนให้นั่งพักผ่อน

3. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องต่างๆ ควรมีการคิดอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างพื้นที่ที่เปิดโล่งและไม่รู้สึกอึดอัด การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่บ้านเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่เกินไปจะทำให้ห้องดูแคบและอึดอัด

นอกจากนี้ การเว้นช่องว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นทำให้บ้านดูโปร่งและสบาย ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายและไม่มีลวดลายมากเกินไป เฟอร์นิเจอร์ที่มีความเรียบง่ายไม่เพียงแต่ดูสวยงาม ยังช่วยให้การทำความสะอาดและดูแลรักษาง่ายขึ้น

– เฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอล

เฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงเรียบง่ายและสีสันที่เป็นกลางจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูผ่อนคลายและไม่รบกวนสายตา
– การเว้นพื้นที่ว่าง การสร้างพื้นที่ที่เปิดโล่งจะช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายและไม่รู้สึกแออัด

4. การใช้วัสดุจากธรรมชาติ

วัสดุจากธรรมชาติสามารถนำความสงบและความผ่อนคลายมาสู่บ้านได้อย่างดี เช่น การใช้ไม้ในการตกแต่งพื้น ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ ไม้เป็นวัสดุที่มีความอบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ การใช้ไม้ในบ้านจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเงียบสงบ

นอกจากไม้แล้ว การใช้หินธรรมชาติ หวาย หรือผ้าฝ้ายในการตกแต่งบ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี วัสดุเหล่านี้ช่วยให้บ้านดูมีความเป็นธรรมชาติและเพิ่มความรู้สึกสบายเมื่อสัมผัส

– ไม้

วัสดุที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เพิ่มความอบอุ่นและเป็นกันเอง
– หินธรรมชาติ

เพิ่มความสดชื่นและสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

5. การเลือกสิ่งตกแต่งที่สื่อถึงความสงบ

การเลือกสิ่งตกแต่งบ้าน เช่น ภาพวาด โคมไฟ พรม หรือของตกแต่งอื่นๆ ควรเลือกสิ่งที่สื่อถึงความสงบและผ่อนคลาย การใช้ของตกแต่งที่มีสีสันหรือรูปทรงที่สงบ เช่น รูปภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ ภาพถ่ายทะเล หรือภูเขา จะช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เงียบสงบ

นอกจากนี้ ของตกแต่งที่เป็นธรรมชาติ เช่น ต้นไม้กระถาง ดอกไม้สด หรือกิ่งไม้ตกแต่งยังช่วยเพิ่มความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติให้กับบ้าน ต้นไม้ในบ้านไม่เพียงแต่ทำให้บ้านดูสดชื่น ยังช่วยฟอกอากาศและทำให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้น

– ภาพวาดธรรมชาติ

ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และทำให้จิตใจสงบ

– ต้นไม้ในบ้าน

ช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน

6. การจัดการกลิ่นหอมในบ้าน

กลิ่นเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อความรู้สึกของเราเมื่อเข้าสู่บ้าน การใช้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ มะลิ หรือกลิ่นสะระแหน่ สามารถช่วยให้บ้านมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสบายใจ

การใช้เทียนหอม หรือเครื่องพ่นน้ำมันหอมระเหยในห้องต่างๆ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและเงียบสงบได้ นอกจากนี้ การเลือกน้ำยาทำความสะอาดบ้านที่มีกลิ่นหอมแบบธรรมชาติก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้บ้านมีกลิ่นที่สดชื่นและสะอาด

– กลิ่นลาเวนเดอร์

ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกสงบ

– กลิ่นมะลิ

สร้างบรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลาย

7. การใช้เสียงธรรมชาติ

นอกจากกลิ่นแล้ว เสียงก็เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเราเช่นกัน การเพิ่มเสียงธรรมชาติในบ้าน เช่น เสียงน้ำไหล เสียงลมพัด หรือเสียงนกร้อง สามารถช่วยให้บ้านรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การใช้เครื่องฟังเสียงธรรมชาติหรือเครื่องเล่นเพลงที่มีเสียงธรรมชาติจะช่วยให้บ้านเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย

– เสียงน้ำไหล

ช่วยสร้างบรรยากาศที่เย็นสบายและผ่อนคลาย

– เสียงนกร้อง

เพิ่มความสดชื่นและใกล้ชิดธรรมชาติ

8. การใช้ผ้าหรือพรมที่ให้ความรู้สึกสบาย

การเลือกใช้ผ้าหรือพรมในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ควรเลือกใช้ผ้าที่มีสัมผัสนุ่มและสบาย เช่น ผ้าลินิน ผ้าฝ้าย หรือผ้ากำมะหยี่ การใช้พรมที่มีสัมผัสนุ่มจะทำให้บ้านรู้สึกอบอุ่นและน่านั่งพักผ่อน

– ผ้าลินินและผ้าฝ้าย

สัมผัสนุ่มสบายและระบายอากาศได้ดี

– พรมขนสั้น

ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและผ่อนคลายให้กับพื้นที่

9. การจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ

การมีบ้านที่เป็นระเบียบเรียบร้อย จะทำให้บรรยากาศในบ้านดูสะอาดและโปร่งสบาย การเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็นและจัดการพื้นที่เก็บของให้เป็นระเบียบจะช่วยให้บ้านดูโล่งและไม่รก การใช้กล่องเก็บของ ตู้ หรือชั้นวางที่มีดีไซน์เรียบง่ายจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้บ้านและทำให้พื้นที่ดูสะอาด

– การจัดระเบียบสิ่งของ

ช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

– กล่องเก็บของแบบมินิมอล

ช่วยให้บ้านดูเรียบง่ายและไม่รก

ตกแต่งบ้าน

การ ตกแต่งบ้าน ให้รู้สึกผ่อนคลายทันทีที่เข้ามาเป็นการผสมผสานระหว่างการเลือกสีที่เหมาะสม การใช้แสงธรรมชาติและแสงไฟที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ รวมถึงการเพิ่มสิ่งตกแต่งที่ช่วยสร้างความสงบ ทั้งกลิ่นหอมจากธรรมชาติ เสียงธรรมชาติ และการจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบทั้งหมดนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย และทำให้บ้านเป็นที่พักผ่อนที่แท้จริง